ครีมรักษาฝ้า สำหรับสาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาผิวหนังเป็นฝ้า

ครีมรักษาฝ้า สำหรับสาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาผิวหนังเป็นฝ้า เป็นรอยด่าง ๆ ดำ ๆ ราวกับว่ามีตำหนิประทับอยู่บนใบหน้า วันนี้กระปุกดอทคอมขอพาไปดูวิธีรักษาฝ้าแบบไม่ต้องหาครีมและลงคอร์สแพง ๆ ให้ยุ่งยาก เพียงใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติไม่กี่ชนิด แค่นี้ก็ช่วยขจัดปัญหาฝ้ากวนใจ เตรียมเผยผิวหน้าขาวกระจ่างใสได้เลย ครีมรักษาฝ้า.

%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2

ครีมรักษาฝ้า

มะขามเปียก นำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาไปยังบริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า โดยทาบาง ๆ ให้ทั่วรอยฝ้า ทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออก จะสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและลดรอยด่างดำได้ ทั้งนี้ หากไม่มีมะขามเปียกอาจใช้เป็นน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวแทนก็ได้ค่ะครีมรักษาฝ้า

หัวไชเท้า เพียงนำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาด แล้วปอกเปลือกออกให้หมด จากนั้นจึงนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วปั่นพอละเอียด (อาจบีบน้ำมะนาวผสมลงไปนิดหน่อย) นำมาพอกไว้ให้ทั่วหน้าหรือบริเวณที่เป็นฝ้าประมาณ 15 นาที รับรองว่าทำเป็นประจำฝ้าหายเกลี้ยง ! ว้าว ๆ ..เพิ่งจะรู้ว่าหัวไชเท้านอกจากอร่อยแล้ว ยังช่วยให้หน้าสวยได้ด้วยนะเนี่ย !

ว่านหางจระเข้ เพราะในว่านหางจระเข้มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย จุดด่างดำได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีกรดอ่อน ๆ ช่วยลดความมันบนใบหน้า สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยว่านหางจระเข้ก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงนำเนื้อวุ้นในว่านหางจระเข้มาทาบริเวณใบหน้าวันละ 2 ครั้ง ทำต่อเนื่องกัน 1-2 เดือน จะสังเกตได้ว่ารอยฝ้า รอยดำต่าง ๆ จะดูจางอย่างเห็นได้ชัด

ใบบัวบก จากการวิจัยพบว่าใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณรักษาอาการของโรคผิวหนัง โดยเฉพาะกระ ฝ้าและสิว ไม่ว่าจะคั้นน้ำดื่มเย็น ๆ เป็นประจำหรือนำมาปั่นแล้วนำน้ำใบบัวบกมาเช็ดแทนโทนเนอร์ก่อนนอนทุกวัน เท่านี้บรรดารอยฝ้าต่าง ๆ เตรียมย้ายบ้านหนี เหลือไว้แต่หน้าขาวเนียนสดใสครีมรักษาฝ้า

น้ำแอปเปิลไซเดอร์ ใครจะรู้ว่าน้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิลจะมีประโยชน์ในด้านการดูแลผิวได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพราะในน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรด จึงช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใส เนียนนุ่มขึ้นได้ ด้วยการน้ำแอปเปิลไซเดอร์มาผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย แล้วใช้สำลีเช็ดให้ทั่วใบหน้า รอจนแห้งแล้วล้างออก

ไข่ขาว เพียงแยกไข่ขาวดิบออกจากไข่แดง แล้วนำไข่ขาวบริเวณรอบ ๆ ไข่แดงมาทาบางให้ทั่วบริเวณที่เป็นฝ้า (อาจทาทั่วหน้าเพื่อช่วยลอกสิวเสี้ยนไปในตัว) ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ทำเป็นประจำทุกวัน ไข่ขาวจะช่วยดูดซับรอยฝ้าและสิ่งสกปรกให้หมดไปจากใบหน้า
เมื่อได้วิธีรักษาฝ้าด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติกันไปแล้ว สิ่งที่สาว ๆ ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ การดูแลและปกป้องผิว ด้วยการทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันและควรรับประทานผัก-ผลไม้เยอะๆ เพื่อช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนสวยอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ฝ้ากลับมาเยือนผิวหน้าแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่าครีมรักษาฝ้า.

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ ในปัจจุบันมีวิธีการลดความอ้วนอย่างได้ผลง่ายๆ

 

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ ในปัจจุบันมีวิธีการลดความอ้วนอย่างได้ผลง่ายๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง โดยมีวิธีกว้างๆอยู่ 4 วิธี ได้แก่ วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ.

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b9%8d%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a

 

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ

1. การควบคุมอาหาร (diet)

หลักการควบคุมอาหารเพื่อลดความอ้วนคือ การรับอาหารเข้าไปในร่างกายในปริมาณที่น้อยกว่าที่ร่างกายต้องการใช้ ทำให้ร่างกายเกิดการสลายพลังงานที่เก็บเอาไว้ในร่างกายออกมาใช้น้ำหนักจึงลดลง ซึ่งการลดน้ำหนักโดยวิธีนี้ต้องอาศัยความแน่วแน่ของจิตใจ เพราะถ้าไม่ตั้งใจจริงในการควบคุมอาหาร ผลสำเร็จที่ได้ก็จะลดลง แต่ไม่ควรที่จะใช้วิธีการอดอาหารอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น ควรเปลี่ยนมาเป็นการควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า

2. การออกกำลังกาย (exercise)

การออกกำลังกายถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการลดน้ำหนัก เมื่อร่างกายใช้พลังงานมากกว่าปริมาณอาหารที่ได้รับ ร่างกายจะนำไขมันส่วนเกินที่เก็บสะสมเอาไว้มาเปลี่ยนเป็นพลังงานในการออกกำลังกายทำให้น้ำหนักลดลง การออกกำลังกายยังมีผลดีในระยะยาว ทำให้สุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจดีขึ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ววิธีลดน้ำหนักโดยการออกกำลังกายมักที่จะทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร ซึ่งการออกกำลังอย่างได้ผล ควรจะใช้เวลาในการออกกำลังกายประมาณ 30-60 นาที ต่อครั้ง สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง

3. เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง โดยความสำเร็จในการลดน้ำหนักจะขึ้นอยู่กับความตั้งใจว่ามีความแน่วแน่มากน้อยเพียงใด โดยเริ่มจากการลดละเลิก นิสัยการชอบกินแบบจุกจิก ชอบทานขนมก่อนนอน ชอบทานอาหารมันๆ พฤติกรรมเหล่านี้ถือว่าไม่เหมาะสม จำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยพยายามเปลี่ยนมาเป็นการทานอาหารเฉพาะมื้อหลัก พร้อมกับงดอาหารว่างระหว่างมื้อ และที่สำคัญคือ ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันเป็นจำนวนมากวิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ

4. การใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยลดความอ้วน

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการที่จะทำตามขั้นตอนวิธีการลดน้ำหนักในข้างต้นถือว่าเป็นสิ่งที่ลำบากมากขึ้น เนื่องจากในหนึ่งวันที่ต้องมีความเร่งรีบในการใช้ชีวิต ทั้งการทำงาน การเรียน การแบ่งเวลาว่างเพื่อไปออกกำลังกายกลายเป็นสิ่งที่ยุ่งยาก แม้แต่การรับประทานอาหารในแต่ละมื้อเองก็ต้องเร่งรีบขาดความพิถีพิถัน บางคนเองก็ทำงานจนนอนดึกดื่นเป็นประจำจนไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมได้สำเร็จ

สำหรับผู้ที่ไม่สามารถทำตามวิธีการลดน้ำหนักดังที่ได้แนะนำไปแล้วในข้างต้น คงพยายามมองหาทางเลือกอื่นที่ง่ายกว่าสะดวกกว่าในการลดน้ำหนักอย่างได้ผล คือการใช้ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักนั่นเองวิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ

ต้องรู้…ก่อนลดน้ำหนัก

หลักการง่ายๆ ที่เราเน้นกันบ่อยๆ ครับ ถ้าต้องการควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เปลี่ยนแปลง คุณควรรับประทานอาหารที่มีปริมาณแคลอรีเท่ากับที่ใช้ออกไปในแต่ละวัน น้ำหนักตัวที่ได้ก็จะมีค่าคงที่ ในกรณีที่ต้องการให้น้ำหนักตัวลดลง จำเป็นต้องใช้พลังงานออกไปมากกว่าการได้รับพลังงานเข้ามา

ในทางตรงข้ามถ้ารับประทานอาหารเข้าไปมากเกินความต้องการของร่างกาย พลังงานหรือแคลอรีส่วนเกินจะถูกเก็บสะสมในรูปของไขมัน พบว่าการเผาผลาญไขมัน 0.45 กิโลกรัม (1 ปอนด์) จำเป็นต้องใช้พลังงานถึง 3,500 แคลอรีโดยประมาณเชียวครับ

การลดน้ำหนักให้ได้ผล ควรประกอบไปด้วย 3 วิธีดังนี้

1. ลดปริมาณอาหารหรือแคลอรีที่รับประทานเข้าไปให้ต่ำกว่าปกติ แต่รักษาระดับของการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายให้คงที่

2. รักษาระดับของอาหารหรือแคลอรีที่รับประทานเข้าไปให้คงที่ แต่เพิ่มการใช้พลังงานมากขึ้นกว่าปกติ

3. ปริมาณอาหารหรือแคลอรีที่รับประทานเข้าไปลง และเพิ่มการใช้พลังงานมากขึ้นในแต่ละวัน

ข้อควรจำ : น้ำหนักที่เหมาะสมในการลดน้ำหนักควรอยู่ระหว่าง 0.45-0.90 กิโลกรัม (1-2 ปอนด์) ต่อสัปดาห์ จะไม่มีผลต่อการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และไม่ทำให้ร่างกายเกิดความเครียดมากเกินไปวิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ.

ครีมลดริ้วรอย ป้จจัยอื่นๆ ที่ทำให้ริ้วรอยดูลึกขึ้น

ครีมลดริ้วรอย ป้จจัยอื่นๆ ที่ทำให้ริ้วรอยดูลึกขึ้น ริ้วรอยเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อมีอายุ แต่มีปัจจัยภายนอกและภายในของสาเหตุ ครีมลดริ้วรอย.

%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2

ครีมลดริ้วรอย แสงแดดตัวการกระตุ้นการเกิดริ้วรอย
แสงแดด ถ้าหากผิวไม่ได้รับการปกป้องเมื่อออกแดด รังสียูวีในแสงแดดสามารถทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้จากการที่คอลลาเจนในผิวหนังถูกทำลาย ทำให้ผิวขาดความยืนหยุ่น โครงสร้างผิวอ่อนแอ เป็นริ้วรอยได้ง่ายกว่าผิวปกติครีมลดริ้วรอย
บุหรี่ สารอนุมูลอิสระที่เกิดจากการสูบบุหรี่ทำลายโครงสร้างผิวหนังและทำให้ผิวมีอายุรวมถึงทำให้เกิดริ้วรอยด้วย สารนิโคตินและสารเคมีอื่นๆ ในบุหรี่มีส่วนทำให้คอลลาเจนในผิวคุณภาพเสื่อมลงครีมลดริ้วรอย

ความแห้งของผิวที่เกิดจากอายุที่มากขึ้น กรดไฮยาลูรอนในผิวที่น้อยลงทำให้ผิวขาดความชุ่มชื่น ผิวแห้งมักเกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่าผิวที่ชุ่มชื่นครีมลดริ้วรอย.

กินวิตามินตอนไหนดี วิตามินซีเสริมเป็นเพียงตัวช่วยหนึ่งเท่านั้น

 

กินวิตามินตอนไหนดี วิตามินซีเสริมเป็นเพียงตัวช่วยหนึ่งเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วก็สู้วิตามินซีที่เราได้จากธรรมชาติไม่ได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นหมั่นทานผักผลไม้ให้มาก ๆ โดยเฉพาะฝรั่ง ส้ม มะละกอ มะนาว มะม่วง มะเขือเทศ มันฝรั่ง กีวี สตรอว์เบอร์รี ผักใบเขียว อาหารเหล่านี้เต็มเปี่ยมไปด้วยวิตามินซีที่จะช่วยคุ้มกันร่างกายให้ปลอดและหายจากโรค โดยไม่ต้องเสียเงินซื้ออาหารเสริมมาทานเลย กินวิตามินตอนไหนดี.

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5
กินวิตามินตอนไหนดี ทาน วิตามิน ซี หลังอาหารเช้า

การที่คุณได้ทาน วิตามินซี หลังอาหารเช้าจะถือว่าเป็นการดีที่สุด เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายของคนเรา จะทำการดูดซึมสารอาหารได้เป็นอย่างดี ซึ่งการทานวิตามินซี ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงหลังอาหารเช้า 9.00-10.00 น. ถือว่าเป็นเวลาที่ดีที่สุด เพราะร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารต่างๆ ได้เป็นอย่างดีที่สุดช่วงเวลานี้

หลีกเลี่ยงการ ทาน วิตามิน ซี ตอนท้องกำลังว่าง

ช่วงเวลาที่ท้องคุณกำลังว่าง การรับประทานอาหารที่หนัก จะเป็นการดีกว่าที่จะรับประทานอาหารจำพวกที่มีกรดต่างๆ เพราะจะไปทำลายลำไส้ ของเราได้ง่าย

ไม่ควรทาน วิตามินซี ช่วงเวลาที่ท้องว่าง เพราะ วิตามินซี มีคุณสมบัติเป็นกรด และไม่ควรทาน วิตามินซี ก่อนนอน ซึ่งมีการค้นพบว่า วิตามิน ซี จะมีสารที่ทำให้ร่างกายมีการตื่นตัว เป็นสาเหตุของการนอนหลับยากขึ้น และเป็นผลทำให้ร่างกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ

วิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด

ประโยชน์ของ วิตามินซี

เมื่อรับประทานทาน วิตามินซี เข้าสู่ร่างกาย สิ่งที่คุณจะได้รับก็คือ มีการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยชะลอความชรา ลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ซึ่งสังเกตได้จากการที่คุณได้รับประทานอาหาร อย่างผัก และผลไม้รสเปรี้ยว อยู่เป็นประจำ วิตามิน ซี ที่อยู่ในผลไม้ จะช่วยให้ผิวใส เนียน นุ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติเลยทีเดียว

นอกจากนี้ การทานวิตามินซี ยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเรา มีความแข็งแรงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทาน วิตามิน ซี ป้องกันหวัด

ประโยชน์ vitamin-cกินวิตามินตอนไหนดี

เป็นที่รู้กันมานานว่า หากใครได้ ทาน วิตามินซี อย่างเพียงพอ จะทำให้ไม่เป็นโรคหวัดได้ง่าย เพราะสารที่อยู่ใน วิตามิน ซี จะช่วยในการรักษาและป้องกันโรคหวัดได้เป็นอย่างดี รวมถึงสรรพคุณของ วิตามิน ซี ที่สามารถ ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ซึ่งเด็กๆ ส่วนใหญ่จะชอบ ทาน วิตามินซีแบบอัดเม็ดกินวิตามินตอนไหนดี

ยังมีประโยชน์ของการทาน วิตามินซี อีกมากมาย เพราะการทาน วิตามินซี จะสามารถช่วยในการลดความเสี่ยง และป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้หลายชนิด ซึ่ง วิตามิน ซี ยังสามารถช่วยต่อต้าน ในการสร้างสารที่จะก่อให้เกิดมะเร็ง อีกด้วย

ปริมาณของวิตามินซีที่ควรได้รับต่อวันในคนปกติ (Recommended Dietary Allowances, RDAs) คือ ขนาดของวิตามินซี(ascorbic acid) 75-90 มิลลิกรัมต่อวันเท่านั้น แต่ในกรณีที่ต้องการรับประทานเพื่อป้องกันโรคบางชนิด เช่น หวัด หรือ เลือดออกตามไรฟัน สามารถเพิ่มขนาดรับประทานได้ถึง 1,000-2,000 มิลลิกรัมต่อวัน การรับประทานวิตามินซีสามารถรับประทานเวลาใดก็ได้ขึ้นกับความสะดวก แต่แนะนำให้รับประทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหารเพื่อป้องกันการระคายเคืองกระเพาะอาหาร โดยอาจแบ่งรับประทานตามมื้ออาหาร เช่น วันละสองเวลาหลังอาหาร หรือ วันละสามเวลาหลังอาหาร จะทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินซีได้ดีกว่าการรับประทานทั้งหมดในครั้งเดียว ไม่แนะนำให้รับประทานเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการข้างเคียง เช่น ไม่สบายท้อง ปวดมวนท้อง ท้องเสียรุนแรง เกิดแผลในกระเพาะอาหาร และ นิ่วในไต ได้ ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีการใช้วิตามินซีในขนาดที่สูงกว่าที่กล่าวไว้มาก

ในปัจจุบัน ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าการรับประทานวิตามินซี จะสามารถช่วยทำให้ผิวที่คล้ำจากแสงแดดขาวขึ้นได้ เนื่องจากการศึกษายังมีอยู่อย่างจำกัด ตามทฤษฎี วิตามินซีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระนั้น เมื่อเข้าสู่ร่างกายอาจช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวได้โดยยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชั่นที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีผิวทำให้ผิวที่คล้ำจากแดดขาวขึ้นได้ แต่ไม่สามารถทำให้ผิวขาวกว่าสีผิวตามธรรมชาติได้กินวิตามินตอนไหนดี.

ลดต้นขาใหญ่ การแก้ปัญหาสำหรับสาวอ้วนขาใหญ่

ลดต้นขาใหญ่ การแก้ปัญหาสำหรับสาวอ้วนขาใหญ่ นั้นไม่น่ากังวล เพราะเพียงแค่ควบคุมการกินอาหาร และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ร่างกายก็จะค่อยๆสลายไขมันออกไป แล้วก็จะกลับมาสมส่วน ผอมสวยเหมือนเดิมได้ ส่วนวิธีทําให้ขาเล็ก ของสาวตัวเล็กแต่ขาใหญ่จะต้องได้รับการออกกำลังกายที่เน้นเฉพาะส่วนนั้นให้มากขึ้นกว่าเดิมเพื่อไปเพิ่มอัตราการสลายไขมันบริเวณนั้นให้มากขึ้น สำหรับขั้นตอนการลดต้นขานั้นมีหลายวิธีจะขอแบ่งเป็นหัวข้อดังนี้คะลดต้นขาใหญ่.

%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88

ลดต้นขาใหญ่ วิธีลดต้นขาของสาวตัวเล็กขาใหญ่ที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของกล้ามเนื้อ

1.ลดการออกกำลังกายที่จะไปเพิ่มกล้ามเนื้อบริเวณต้นขาลดต้นขาใหญ่
2.เปลี่ยนจากปั่นจักรยานที่ต้องใช้แรงขามากๆเป็นปั่นด้วยแรงน้อยแต่รอบในการปั่นมากขึ้น
3.ใช้วิธีการนวดกดจุด เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นคลายตัว
4.ใช้วิธีการเดินเร็วแทนการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง
5.พยายามหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายด้วยวิธีการเกร็งขา เพราะจะยิ่งไปช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆลดต้นขาใหญ่
6.ควบคุมอาหารที่มีรสชาติเค็มจัดเพราะโซเดียมในอาหารจะทำหน้าที่อุ้มน้ำในเนื้อเยื่อและจะไหลลงสู่ที่ต่ำ ไปสะสมอยู่ที่ต้นขาได้

วิธีลดต้นขาของสาวตัวเล็กขาใหญ่ที่เกิดจากการสะสมของไขมัน

1.ลดปริมาณอาหารจำพวกไขมัน ของทอด และคาร์โบไฮเดรต
2.ออกกำลังกายด้วยวิธีปั่นจักรยานกลางอากาศ ประมาณ 2 รอบต่อวัน รอบละ 100 ครั้ง
3.นอนหงาย เหยียดขาทั้งสองข้างให้ตึง ค่อยๆยกทีละข้างสลับกันขึ้นลง โดยค้างไว้ในอากาศนับ 1-15 แล้วเอาลง ทำข้างละ 10 รอบสลับกันไปมา หรือถ้าไหวจะยกพร้อมๆกันทั้งสองข้างก็ได้
4.การยกเวท ในท่านั่ง ใช้เวทประมาณ 1 กิโลกรัม ใช้เวทวางที่ขาแล้วยกขึ้นตั้งประมาณ 45 องศาจากพื้นค้างไว้ 30 วินาที ทำ 20-30 ครั้งต่อวัน

สุดท้ายนี้ สำหรับวิธีทําให้ขาเล็กก็คงจะทราบและพร้อมที่จะนำไปใช้กันแล้ว สาวๆก็ควรไปหาสาเหตุว่าที่ขาใหญ่นั้นเกิดจากการสะสมของไขมันหรือกล้ามเนื้อกันแน่ จะได้หันมาออกกำลังกายกันได้อย่างถูกวิธี และจะได้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ผิดๆจากการออกกำลังกาย เมื่อทราบดังนี้แล้วสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้ความตั้งใจนี้ได้สำเร็จผล คือความไม่ย่อท้อและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เชื่อว่าสาวๆทุกคนที่พยายามและตั้งใจจริงจะกลับมามีเรียวขาที่สวยสมใจและมั่นใจได้อีกครั้งอย่างแน่นอนลดต้นขาใหญ่.

วิธีลดไขมันหน้าท้อง ง่ายๆ วันละ 30 นาที ทำอย่างไรบ้าง

วิธีลดไขมันหน้าท้อง ง่ายๆ วันละ 30 นาที ทำอย่างไรบ้าง หากสามารถควบคุมปริมาณและคุณภาพอาหาร รวมถึงออกกำลังกายเป็นประจำ การลดหน้าท้องง่ายๆ แบบเร่งด่วน ภายใน 3 วัน 7 วัน ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป รับรองว่าพุงหายหุ่นสวยแน่นอนวิธีลดไขมันหน้าท้อง.

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87

วิธีลดไขมันหน้าท้อง ด้วย Citrimax

ระบบเผาพลาญในร่างกายวิธีลดไขมันหน้าท้อง

Citrimax คือ สารสกัดจากธรรมชาติ HCA-SX ซึ่งเป็นนวัตกรรมจากสาร HCA (hydroxycitric acid) เพียงชนิดเดียวที่ร่างกายนำไปใช้งานได้อย่างรวดเร็วและเต็มประสิทธิภาพมากกว่าปกติถึง 2.8 เท่าวิธีลดไขมันหน้าท้อง

นอกจากนี้ Citrimax ยังไม่ก่อให้เกิดอาการข้างเคียงเช่น นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย หัวใจเต้นเร็ว เหมือนกับสารควบคุมน้ำหนักตัวอื่นๆ อีกด้วย

Citrimax ช่วยให้กระบวนการควบคุมน้ำหนัก และควบคุมอาหารอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้อาหารประเภทข้าวและแป้งต่างๆ ที่รับประทานเข้าไป จะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล (glucose) และไกลโคเจนแทนการเปลี่ยนเป็นไขมัน ซึ่งไกลโคเจนคือ พลังงานสำรองพร้อมใช้

ดังนั้น เมื่อร่างกายมีไกลโคเจนสะสมมาก จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ และไม่ทำให้เกิดความหิว หรือความอยากอาหาร ซึ่งเป็นที่มาของการรับประทานอาหารได้น้อยลง น้ำหนักจึงค่อยๆ ลดลงด้วยวิธีลดไขมันหน้าท้อง.

ลดขาใหญ่ วิธีลดต้นขา ต้นขาใหญ่ด้วย 5 วิธีง่ายๆ แต่ได้ผล

ลดขาใหญ่ วิธีลดต้นขา ต้นขาใหญ่ด้วย 5 วิธีง่ายๆ แต่ได้ผล ปัจจุบันสาวๆ หันมาใส่ใจเรื่องความสวยความงามกันมากขึ้น เรื่องต้นขาใหญ่ ถือเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้สาวๆ หมดความมั่นใจ แน่นอนว่าทุกคนอยากขาสวย ขาเรียวเหมือนสาวเกาหลี แต่ทำไงได้เรามันต้นขาใหญ่โดยกำเนิด แล้วมีวิธีไหมที่สาวต้นขาใหญ่ จะสามารถมีต้นขาเรียวสวยได้ หรืออย่างน้อยลดได้บางก็ยังดี คำตอบคือ มีค่ะและได้ผลด้วย วิธีการลดต้นขามีหลายวิธีทางบล็อกจะทยอยนำมาเสนอครับ ลดขาใหญ่.

%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88

ลดขาใหญ่ วันนี้ทางเรามีแนวทางลดต้นขา ลดต้นขาใหญ่อย่างง่าย 5 วิธี มาฝากกันก่อน
5 วิธีลดต้นขา ง่ายๆ แต่ได้ผลนะ
วิธีที่ 1 : เดินเล่น 20-30 นาทีหลังทานข้าวกลางวัน
วิธีแรกเลยสำหรับสาวออฟฟิตที่ต้องทำงานทั้งวันไม่มีเวลาออกกำลังกายเลย เราอาศัยช่วงพักกลางวันนี้ละ เมื่อกินข้าวเสร็จแล้วก็หาเวลาเดินเล่นสัก 20-30 นาทีเพื่อที่ต้นขาของเราจะได้มีการขยับบ้าง วิธีการเดินนี้ละเป็นการลดต้นขาได้ดีวิธีหนึ่งเลยทีเดียว เนื่องจากขณะที่เราเดินกล้ามเนื้อที่ขาได้มีโอกาสทำงาน ทำให้ต้นขาของเรากระชับขึ้น การเดินเพียงแค่นี้ไม่นานจะสังเกตเห็นได้เลยว่าต้นขาและเรียวขาของเราเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน ไม่เชื่อก็ลองทำดูสักหนึ่งถึงสองเดือนดู รับรองเราจะมีเรียวขาต้นขาที่เล็กลงอย่างแน่นอนลดขาใหญ่
วิธีที่ 2 : ทิ้งน้ำหนักตัวไปที่ขาทั้ง 2 ข้างเท่าๆ กัน
วิธีต่อไปเลยเวลาที่เราต้องยืนนานๆ ก็ไม่ควรทิ้งน้ำหนักไปยังขาข้างใดข้างหนึ่ง เนื่องจากจะทำให้น้ำหนักของเราทิ้งไปยังขาข้างใดข้างหนึ่งนั้นเอง ทำให้ขาของเราอาจไม่เท่ากันได้ แต่ถ้าเราต้องยืนใช้เครื่องสำนักงานนานๆ ก็มีวิธีทำให้ขาเราเรียวสวยได้ด้วย นั้นก็คือให้ยืนตรงๆ ไขว่ขาไปข้างหน้าข้างหลังเบาๆ ท่านี้ถ้าใส่กางเกงก็ไม่น่าเครียด แต่ถ้าใส่กระโปร่งควรระวังตัวด้วยลดขาใหญ่
วิธีที่ 3 : นวดบริเวณขา 10-20 นาที ทุกวัน
การนวดก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดต้นขา ที่ได้ผลเช่นกัน การนวดทำให้ต้นขาเล็กลง โดยการนวดนั้นเราควรนวดบริเวณต้นขาเป็นวงเบาๆ ไปให้ทั่วบริเวณขาของเราเป็นเวลา 10-20 นาที ทุกวัน เพราะการนวดเป็นการสลายเซลลูไลท์ที่สะสมตามร่างกาย เพียงเท่านี้ก็จะสามารถทำให้ต้นขาของเราเล็กลงได้เช่นกัน
วิธีที่ 4 : เน้นการออกกำลังกายที่ได้ออกแรงทุกส่วน
ต่อไปก็เป็นวิธีออกกำลังกายทั่วไป เน้นการออกกำลังกายที่ได้ทุกส่วนอย่างเช่นการเต้นแอโรบิค ซึ่งในปัจจุบันนี้การเต้นด้วยการผสมท่ามวยไทยกำลังได้รับความนิยม เพื่อนคนไหนสนใจท่าเต้นผสมมวยไทยนี้ก็ลองมองหาดู รับลองวิธีนี้ไม่เพียงแต่ได้ต้นขาที่เรียวสวยเท่านั้นแต่ยังได้หุ่นเฟิร์มด้วยอย่างแน่นอน การออกกำลังแบบนี้ถ้าอยากให้ได้ผลดีขึ้นก็ควรรวมตัวกับเพื่อนๆ เพราะจะทำให้คุณมีความสุขจากการได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนของคุณนั้นเอง ทำให้ไม่รู้สึกเบื่อที่จะออกกำลังกาย
วิธีที่ 5 : ก่อนนอน ยกขาออกกำลังกาย 10-20 ครั้งต่อวัน
ก่อนนอน ก็สามารถลดต้นขาได้ โดยการนอนหงายตัวตรง จากนั้นเราก็ยกขาทั้งสองข้างของขึ้นตั้งฉากกับลำตัว หรือจะนอนตะแคงแล้วยกขาทีละข้าง ยกขึ้นยกลง ประมาณวันละสัก 10-20 ครั้งต่อวัน เท่านี้ขาของเราก็จะกระชับและเล็กลง
แนวทางลดต้นขาข้างบนที่นำเสนอไปนี้เป็นวิธีง่ายๆ สามารถทำได้ทุกทีทุกเวลา แต่ต้องใช้เวลาพอสมควรครับถึงจะเห้นผล ผนวกกับต้องลดสัดส่วนของร่างกายส่วนอื่นร่วมด้วย ฉะนั้นเราต้องหมั่นคอยใส่ใจกับกิจวัตรประจำวันและหมั่นลดต้นขาอยู่อย่างสม่ำเสมอนะค่ะ เชื่อว่าเราสามารถมีต้นขาเรียวงามได้แน่นอนลดขาใหญ่.

ลดสะโพก ต้นขา เชื่อว่าปัญหาสะโพกใหญ่คงเป็นเรื่องที่จุกจิกกวนใจสาว ๆ หลายคน

ลดสะโพก ต้นขา เชื่อว่าปัญหาสะโพกใหญ่คงเป็นเรื่องที่จุกจิกกวนใจสาว ๆ หลายคน เพราะสะโพกที่โตจนแน่น อวบอิ่มมากจนเกินไปจนไม่สมส่วน ทำให้สาว ๆ ต้องสรรหาวิธีลดสะโพกต่าง ๆ มาปรับใช้กับตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การกินยาลดความอ้วน สลายไขมัน หรือบางรายถึงขั้นเข้าคลินิกดูดไขมันออก ซึ่งจริง ๆ แล้ววิธีการที่ดีที่สุดมันควรจะเป็นไปแบบธรรมชาติ แม้จะเห็นผลช้า แต่ก็มีความปลอดภัยและทำให้สุขภาพแข็งแรงอีกด้วย สำหรับผู้หญิงสะโพกใหญ่ มาดูกันดีกว่าว่าเราสามารถลดสะโพกด้วยวิธีไหนได้บ้าง?ลดสะโพก ต้นขา.

%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%9e%e0%b8%81-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2

ลดสะโพก ต้นขา ท่าบริหารลดสะโพก
สูตร 1 เป็น 5 ท่าบริหารง่าย ๆ ที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน ก็จะช่วยทำให้สะโพกที่ใหญ่โตของเราก็จะค่อย ๆ หายไปได้ เหลือไว้แต่เพียงกล้ามเนื้อสะโพกและต้นขาที่ดูดี ฟิตแอนด์เฟิร์ม โดยการออกกำลังกายด้วยท่าลดสะโพกนี้ควรทำอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ รับรองว่าจะช่วยลดสะโพกของเราได้อย่างแน่นอนลดสะโพก ต้นขา
ยืนแตะขาออกด้านข้าง เป็นท่าที่ช่วยลดสะโพกด้านนอกและช่วยลดต้นขาด้านใน ให้เริ่มจากยืนแยกเท้าให้กว้างออกจากกันเล็กน้อย มือทั้งสองข้างมาจับไว้ที่สะโพก จากนั้นค่อย ๆ เตะขาขวาไปด้านข้าง ให้สูงในระดับสะโพกและขนานกับพื้น แล้วค้างไว้ประมาณ 3 วินาที แล้วค่อยเอาลงมาท่าเดิม โดยให้ทำ 15 ครั้ง แล้วค่อยสลับมาทำเช่นเดิมกับขาข้างซ้าย
กระโดดออกข้าง เป็นท่ากระชับกล้ามเนื้อท่อนขาทั้งสองให้เรียวสวย และยังส่งผลดีต่อการลดสะโพกอีกด้วย โดยให้เริ่มจากการยืนอยู่กับที่ มือทั้งสองข้างแตะไว้ที่สะโพก จากนั้นค่อย ๆ งอเข่าข้างขวาขึ้นเล็กน้อย (ลักษณะเหมือนยืนกระต่ายขาเดียว) แล้วเกร็งกล้ามเนื้อท่อนขาขวาไว้ แล้วให้กระโดดออกไปทางข้างขวา และนำเท้าขวาวางลงกับพื้น โดยให้ทำซ้ำไปทางขวาประมาณ 15 ครั้ง แล้วจึงเปลี่ยนไปทำอีกข้างลดสะโพก ต้นขา
เตะขาสูง เป็นท่าที่ช่วยกระชับสะโพกและต้นขาด้านใน โดยเริ่มจากการยืนให้มั่นคงด้วยขาทั้งสองข้าง ยกมือทั้งสองข้างไว้บริเวณหน้าอก จากนั้นก้าวเท้าซ้ายออกมาหนึ่งก้าว เกร็งสะโพกและท่อนขาไว้ แล้วเตะขาขวาขึ้นไปด้านหน้า และค่อย ๆ ปล่อยลงกับพื้นเช่นเดิม โดยให้ทำ 15 ครั้ง แล้วจึงสลับไปทำอีกข้าง
ยกสะโพก ให้เริ่มจากนอนหงายราบกับพื้น แล้วงอเข่าข้างใดข้างหนึ่งขึ้นมา วางฝ่ามือทั้งสองข้างลงกับพื้น จากนั้นค่อย ๆ ยกสะโพกขึ้นให้สูงเท่าที่จะทำได้ โดยใช้ท่อนแขนช่วยพยุง พร้อม ๆ กับเหยียดขาอีกข้างให้ตึงทำมุมกับพื้นประมาณ 45 องศา ทำค้างไว้ 3 วินาที แล้วค่อยย้ายมาทำเช่นเดิมแต่สลับข้างกัน โดยให้ทำข้างละ 10 ครั้ง
นอนยกขาด้านหลัง เป็นท่าที่ช่วยกระชับสะโพกและต้นขาด้านนอก โดยให้เริ่มจากหมอบตัวลงกับพื้นโดยการชันเข่า และยืดแขนตรงสัมผัสกับพื้น คล้าย ๆ ท่าแมว จากนั้นยกขาซ้ายเหยียดออกไปด้านหลังให้ขนานกับพื้น แล้วค่อย ๆ ยกให้สูงขึ้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยพยายามเกร็งร่างกายให้สมดุล แล้วปล่อยท่อนขาซ้ายลงมาในท่าเดิม โดยให้ทำ 10 ครั้ง แล้วจึงสลับไปทำซ้ำกับขาข้างขวา
สูตร 2 เป็นอีกวิธีการออกกำลังกายที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน ดังนี้
ท่านอนยกสะโพก (Butt Lift) ให้เริ่มด้วยการนอนหงายลงกับพื้นหรือบนเสื่อโยคะ งอเข่าเล็กน้อยแล้วค่อย ๆ ยกสะโพกขึ้นเหนือพื้น เกร็งกล้ามเนื้อสะโพกเล็กน้อยค้างไว้ซักพัก จากนั้นค่อย ๆ ผ่อนสะโพกลงเหมือนท่าเตรียม โดยให้ทำ 15 ครั้ง และทำอย่างน้อย 2 เซ็ต ท่านี้จะช่วยให้สะโพกกระชับขึ้น และยังเป็นการออกกำลังกล้ามเนื้อต้นขาไปในตัวอีกด้วย
ท่านอนยกสะโพก
ท่าโน้มตัว (Reverse Extensions) เป็นท่าที่ทำร่วมกับลูกบอลออกกำลังกาย (Fitball) โดยเริ่มจากการนอนราบบนลูกบอลให้เท้าราบติดกับพื้น จากนั้นค่อย ๆ ยกสะโพกและขาจนขนานกับพื้น (ห้ามออกแรงที่แขน) แล้วค่อยลดลงสู่ท่าเริ่มต้น โดยให้ทำ 15 ครั้ง และทำอย่างน้อย 2 เซ็ต เป็นท่าที่ช่วยลดสะโพกและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับต้นขา
ท่าโน้มตัว
เก้าอี้ลม (Chair Squat) ให้เริ่มจากยืนแยกขาออกจากกัน เหยียดแขนตรงออกข้างหน้าให้อยู่ในระดับหัวไหล่ จากนั้นค่อย ๆ ย่อเข่าลงอย่างช้า ๆ เหมือนตอนนั่งเก้าอี้ โดยที่ลำตัวต้องตรงและเกร็งด้วย จากนั้นให้ยกตัวขึ้นช้า ๆ แล้วกลับสู่ท่าเตรียม โดยให้ทำ 15 ครั้ง และทำอย่างน้อย 2 เซ็ต ท่านี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและทำให้สะโพกกระชับ
ท่าเก้าอี้ลมหรือจะลองทำตามวีดีโอด้านล่างนี้เลยก็ได้ครับลดสะโพก ต้นขา.

อาหารลดหน้าท้อง พุงป่องๆ เป็นปัญหาที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องคอยระวังอยู่ตลอดเวลา

อาหารลดหน้าท้อง พุงป่องๆ เป็นปัญหาที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องคอยระวังอยู่ตลอดเวลา เพราะหน้าท้องเป็นสะสมไขมันอยู่แล้ว เผลอนิดเดียวพุงก็พร้อมจะยื่นได้ทุกเมื่อ คงต้องบริหารด้วยท่าเด็ดเหล่านี้ อาหารลดหน้าท้อง.

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87

 

อาหารลดหน้าท้อง

ท่าที่ 1 ลดหน้าท้องระหว่างพักผ่อน
ระหว่างนอนดูทีวี ให้นอนราบ วางขาทั้งสองข้างไว้บนเก้าอี้ เกร็งหน้าท้องพร้อมยกศีรษะ ไหล่ และหลังขึ้นมาจากพื้น นับ 1-5 แล้วค่อยๆ ปล่อยตัวนอนราบตามเดิม ทำซ้ำ 10-12 ครั้ง

ท่าที่ 2 ท่ายกสะโพกสูงอาหารลดหน้าท้อง
นอนราบกับพื้น แขนวางแนบข้างลำตัว ชันขาขึ้นให้หัวเข่าทั้งสองตั้งฉากข้างกับพื้น จากนั้นเกร็งหน้าท้องแล้วค่อยๆ ยกสะโพกให้สูงขึ้นจากพื้นประมาณ 2-3 นิ้ว ค้างไว้ 5 วินาที ทำซ้ำสัก 10-12 ครั้ง

ท่าที่ 3 ลดหน้าท้องแบบทแยงมุม
เริ่มต้นด้วยกานนอนหงายเช่นเคย ใช้แขนรองไว้ใต้ต้นคอเพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อคอ ชันขาทั้งสองข้างขึ้น วางข้อเท้าขวาไว้บนเข่าซ้าย ค่อยๆ เกร็งหน้าท้องพร้อมกับยกลำตัวขึ้น บิดลำตัวให้ข้อศอกขวาหันไปหาหัวเข่าซ้าย ค้างไว้ 5 วินาที ทำซ้ำ 10-12 ครั้ง จากนั้นให้เปลี่ยนข้าง

ท่าที่ 4 ท่าสลับซ้ายขา
นอนหงายชันเข่า สูดหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับยกลำตัวท่อนบนขึ้นจากพื้น โดยวางมือลงบนขมับหรือบนต้นขา กับคอ โน้มตัวไปข้างหน้าให้มากที่สุด เกร็งหน้าท้องไว้แล้วบิดตัวไปทางซ้าย 1 ครั้ง ขวา 1 ครับสลับกัน จากนั้นค่อยๆ ทิ้งตัวลงนอนราบตามเดิม ควรทำ 10-15 ครั้ง เป็น 1 เซตอาหารลดหน้าท้อง

ท่าที่ 5 ท่านอนคว่ำ
นอนคว่ำหน้าลงกับพื้น วางข้อศอกให้ตั้งฉากกับลำตัว จากนั้นค่อยๆ เกร็งหน้าท้องพร้อมกับยกลำตัวขึ้น โดยใช้ปลายเท้ายันพื้นไว้คล้ายกับท่าวิดพื้น แต่ต่างกันตรงที่ให้คุณใช้ข้อศอกค้ำลำตัวไว้แทน เกร็งหน้าท้องค้างไว้ 5-10 วินาที แล้วลดลำตัวลง ทำซ้ำ 10-12 ครั้ง

ท่าที่ 6 ท่าชูขาสูง
นอนหงายสบายๆ วางแขนข้างตัว ค่อยๆ ยกขาทั้ง 2 ข้างชูขึ้นไปบนอากาศพร้อมกับเกร็งหน้าท้องไว้ ค้างไว้ 5 วินาที จากนั้นก็ทำใหม่แต่เพิ่มเวลาให้นานขึ้นเป็น 10 วินาที ทำไปเรื่อยๆ โดยเพิ่มเวลาขึ้นครั้งละ 5 วินาที

ท่าที่ 7 ท่าไขว้ข้อเท้า
นอนราบกับพื้นเช่นเดิม วางแขนสบายๆ ข้างลำตัว ค่อยๆ งอข้อศอกให้แขนรับน้ำหนักตัวแล้วยกแผ่นหลังขึ้นให้สูงที่สุด จนรู้สึกเกร็งที่หลังและหน้าท้อง จากนั้นไขว้เท้าซ้ายกับเท้าขวาค้างไว้ 10-15 วินาที แล้วนอนราบตามเติม จากนั้นทำซ้ำใหม่โดยเปลี่ยนข้อเท้าที่ทับเป็นเท้าขวาแทน ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของท่านี้คือจะลดอาการปวดเมื่อยตามหลัง และลำตัวได้ดี อาหารลดหน้าท้อง.

วิธีรักษาสิวผด สิวผดคืออะไร สิวผด (Acne Aestivalis หรือ Mallorca acne)

วิธีรักษาสิวผด สิวผดคืออะไร สิวผด (Acne Aestivalis หรือ Mallorca acne) คือ สิวประเภทหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อย มีลักษณะแตกต่างไปจากสิวทั่วไป เช่น สิวอุดตันหรือสิวอักเสบอื่นๆ โดยมีลักษณะทั่วไปคล้ายกับผดผื่นขนาดเล็ก เป็นตุ่มเม็ดเล็กๆใสๆ เป็นสิวประเภทที่แสดงอาการเมื่ออากาศร้อน ยิ่งร้อนยิ่งเป็นมาก ดังนั้นจึงจะไม่ค่อยแสดงอาการในช่วงเช้าที่อากาศยังเย็นอยู่ แต่จะแสดงอาการมากในช่วงบ่ายๆที่มีอากาศร้อน โดยจะเห็นเป็นผื่นสีแดงขึ้นอย่างชัดเจน
สิวผดมักขึ้นบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าผาก เป็นสิวที่มีสาเหตุการเกิดต่างจากสิวทั่วไป และมักจะแสดงอาการเมื่อสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะอากาศร้อน ยิ่งเมืองไทยเป็นเมืองร้อนด้วยแล้ว จึงสามารถพบเห็นสิวผดได้ทั่วไป วิธีรักษาสิวผด.

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%9c%e0%b8%94

วิธีรักษาสิวผด สิวผดบริเวณใบหน้า
สิวผดเกิดจากอะไร สาเหตุการเกิดสิวผด
– เกิดจากเชื้อราจำพวก P.Ovale
– การแพ้เครื่องสำอางค์วิธีรักษาสิวผด
– สิวผดสามารถเกิดได้จากการล้างเครื่องสำอางค์ไม่สะอาด
– ความร้อนของอากาศและแสงแดดทำให้เกิดสิวผดได้ง่ายมาก
– การล้างหน้าบ่อยและแรงเกินไป
– การเช็ดหน้าแรงเกินไปและผ้าสำหรับเช็ดหน้าไม่สะอาด
– การล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเป็นประจำ
– พักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายอ่อนแอ เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวผดได้
– ใช้ครีมล้างหน้าที่ไม่เหมาะสมกับผิว
– สิวผดสามารถเกิดจากการแพ้ เช่น แพ้ยาสระผม ครีมล้างหน้า น้ำ เหงื่อ หรือใช้อุปกรณ์แต่งหน้าที่ไม่สะอาด
วิธีรักษาสิวผด
– หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น ควรใช้น้ำเย็นหรือน้ำธรรมดาจะดีที่สุด
– รักษาสิวผด โดยพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน ถ้าจำเป็นต้องออกแดด ควรใช้ครีมกันแดด SFP30 ขึ้นไป
– ไม่ล้างหน้าบ่อยเกินไป ถ้าจำเป็น ให้ล้างด้วยน้ำธรรมดา
– ไม่ล้างหน้าด้วยความรุนแรง ควรล้างอย่างเบามือ
– เช็ดหน้าด้วยผ้าที่สะอาดและเช็ดอย่างเบามือ
– วิธีรักษาสิวผดที่ดี ต้องไม่ซื้อยามารับประทานเอง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง
– ไม่นอนดึก และพักผ่อนให้เพียงพอ
– ภายหลังการออกกำลังกาย ควรล้างหน้าทันทีด้วยน้ำเปล่า เพื่อให้ผิวหน้าเย็นลง
– ทำอารมณ์ให้แจ่มใส ไม่เครียด เพราะจะทำให้เกิดสิวผดและสิวประเภทอื่นๆได้
– ไม่บีบหรือแกะสิวผด เพราะจะทำให้อักเสบ ผิวหนังเป็นหลุม และรักษายากขึ้น
– วิธีการรักษาสิวผดที่เกิดจากเชื่อรา ควรเลือกครีมล้างหน้าที่สามารถกำจัดเชื้อราได้ด้วย
– หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าที่จัดเกินไป
– ล้างเครื่องสำอางค์ให้หมดทุกครั้ง
– รักษาสิวผดด้วยยา (ถ้าจำเป็น) โดยเลือกยากในกลุ่ม Benzoyl Peroxide และ ยาทาชนิดกรดวิตามินเอ
สิวผดไม่ได้ให้เกิดอันตรายร้ายแรงอะไรต่อร่างกายของเราก็จริง แต่มักสร้างความรำคาญ แสบร้อน และคันบริเวณที่เป็น ทำให้เสียบุคคลิกภาพได้ ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการเกิดสิวผด แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่พ้นก็ควรรีบรักษาอย่างถูกวิธีนะครับวิธีรักษาสิวผด.